คำถาม . จาก Dunlopillo

  • ความน่าเชื่อถือ: แบรนด์ Dunlopillo มีอายุยาวนานเกือบ 100 ปี และมีเกือบทุกทวีปทั่วโลก ลูกค้ามั่นใจได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพที่นอนและการพัฒนาที่นอนอย่างต่อเนื่อง ขายได้มากกว่าหลายล้านหลังทั่วโลก
  • คุณภาพ: ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เพราะวัตถุดิบของแบรนด์ Dunlopillo เกือบทั้งหมดนำเข้าจากประเทศอังกฤษ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์ Dunlopillo ถูกยอมรับจากผู้บริโภคจากทั่วโลก
  • การพัฒนา: แบรนด์ Dunlopillo มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การนอนที่ดีที่สุด
  • ค.ศ. 1920 : แบรนด์ที่นอน Dunlopillo ได้ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ
  • ค.ศ. 1929 : ที่นอนยางพาราชิ้นแรกของโลกได้ถูกคิดค้นขึ้นโดยบริษัท Dunlopillo
  • ค.ศ. 1950: นวัตกรรมที่นอนยางพารา Talalay Latex ได้ถูกใช้เป็นครั้งแรก
  • ค.ศ. 1950 : ยางพาราของ Dunlopillo ถูกทำเป็นเบาะลองนั่งในรัฐสภาประเทศอังกฤษ
  • ค.ศ. 1954 : ที่นอนยางพาราของ Dunlopillo สามารถป้องกันไรฝุ่นได้เป็นอย่างดีรับรองโดยสถาบันสุขอนามัยและมหาวิทยาลัยกูเทนเบิร์ก
  • ค.ศ. 1960 : Dunlopillo กลายมาเป็นผู้นำตลาดโลกในด้านของที่นอนยางพาราแบบ Talalay
  • ค.ศ. 1987 : มีการใช้นวัตกรรม Talasilver เป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ตัวที่นอนนุ่มมากกว่าระบบ Talalay
  • ค.ศ. 1987 : ที่นอนยางพารา Dunlopillo สามารถป้องกันแมลงต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพรับรองโดยมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์
  • ค.ศ. 1995 : สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ถึง 1010 แบคทีเรียเซลล์
  • ค.ศ. 1998: นวัตกรรมขึ้นรูปยางพาราด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ยางพารามีความยืดหยุ่นสูงและรองรับทุกสรีระได้เป็นอย่างดี
    • ที่นอนยางพารา: ที่นอนยางพาราของ Dunlopillo เป็นที่นอนยางพาราแท้ทั้งหลัง จะให้สัมผัสการนอนที่แน่นแต่ยังคงมีความนุ่มละมุนในสไตล์ของยางพารา และสามารถรองรับทุกสรีระและทุกท่านอนได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่นอนยางพาราแท้ทั้งหลังเหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ชอบนอนที่นอนแน่นๆ เช่นเดียวกับผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยและปวดหลัง ยิ่งไปกว่านั้นที่นอนยางพาราสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 500 กิโลกรัม
    • ที่นอนโฟมสังเคราะห์: ที่นอนโฟมสังเคราะห์เป็นที่นอนที่ให้สัมผัสการนอนที่แน่นไปจนถึงแน่นมาก เพราะที่นอนประเภทนี้ เป็นที่นอนที่ใช้วัสดุทดแทนยางพารา ทำให้มีราคาที่ต่ำกว่าที่นอนยางพารา และข้อแตกต่างระหว่างที่นอนโฟมสังเคราะห์และที่นอนยางพาราคือตัวที่นอนโฟมสังเคราะห์จะให้สัมผัสการนอนที่แน่นเพียงอย่างเดียวจะไม่มีความนุ่มละมุนแบบที่นอนยางพารา เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่ชอบที่นอนแน่นๆ
    • ที่นอนโฟมสังเคราะห์ + ยางพารา: ที่นอนโฟมสังเคราะห์เสริมด้วยยางพาราจะให้สัมผัสการนอนที่แน่น และที่นอนประเภทนี้สามารถรองรับสรีระการนอนได้ดีกว่าที่นอนโฟมสังเคราะห์เนื่องจากมีการเสริมท็อปเปอร์ด้วยยางพารา เหมาะกับผู้ที่ชอบนอนหงายและตะแคง ยิ่งไปกว่านี้ที่นอนประเภทนี้เหมาะกับคนที่มีอาการปวดหลังจากการนอนและคนที่มีน้ำหนักตัวที่เยอะอีกด้วย
    • ที่นอนโฟมสังเคราะห์ + โฟมวิทยาศาสตร์: ที่นอนโฟมสังเคราะห์เสริมด้วยโฟมวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่จะให้สัมผัสการนอนที่นุ่มแน่น แต่บางรุ่นก็จะออกแน่น ซึ่งที่นอนประเภทนี้จะสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เหมาะกับผู้ที่ชอบนอนหงายและคว่ำ
    • ที่นอนสปริง+โฟมวิทยาศาสตร์: ที่นอนสปริงเสริมด้วยโฟมวิทยาศาสตร์ให้สัมผัสการนอนที่นุ่มแน่นค่อนไปทางนุ่ม สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 180 กิโลกรัม เหมาะกับลูกค้าที่ชอบนอนที่นอนนุ่มๆ เพราะสปริงจะช่วยสร้างความยืดหยุ่น ซึ่งที่นอนสปริงเสริมด้วยโฟมวิทยาศาสตร์ของเราจะมีตั้งแต่ขนาด 8.5 นิ้ว จนถึง 14 นิ้ว ซึ่งแต่ละรุ่นระดับความนุ่มแน่นจะแตกต่างกัน
    • ที่นอนพ็อกเก็ตสปริง+โฟมวิทยาศาสตร์: ที่นอนพ็อกเก็ตสปริงเสริมด้วยโฟมวิทยาศาสตร์ของทาง Dunlopillo จะมีระดับความนุ่มที่แตกต่างกันโดยจะมีตั้งแต่ นุ่มแน่น จนไปถึง นุ่ม ซึ่งข้อดีของที่นอนเพ็กเก็ตสปริงทุกรุ่นคือตัวสปริงจะมีถุงสปริงแยกชิ้นอิสระ ทำให้เหมาะสำหรับผู้นอนที่มากกว่า 1 ท่าน จะช่วยลดการสั่นสะเทือน ผู้ที่นอนร่วมจะไม่รู้สึกตัวเมื่ออีกคนพลิกตัวหรือขยับตัว
    • ที่นอนพ็อกเก็ตสปริง + ยางพารา: ที่นอนพ็อกเก็ตสปริงเสริมด้วยยางพาราของทาง Dunlopillo ส่วนใหญ่จะให้สัมผัสการนอนที่ออกนุ่ม ซึ่งจุดเด่นของที่นอนประเภทนี้คือสัมผัสการนอนจะออกนุ่มมากๆ แต่สามารถรองรับสรีระการนอนได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นผู้นอนจะไม่รู้สึกตัวในกรณีที่มีผู้นอนมากกว่า 1 ท่าน

ที่นอนของเราสามารถรองรับน้ำหนักได้มากสูงสุดถึง 500 กิโลกรัมสำหรับที่นอนยางพารา และที่นอนสปริงรองรับน้ำหนักได้ถึง 180 กิโลกรัม

ที่นอนของ Dunlopillo ทุกรุ่นป้องกันไรฝุ่นได้และภูมิแพ้ได้อย่างแน่นอนเพราะที่นอนของเราทุกรุ่นเคลือบสารเพื่อสุขภาพ “Allergy Protection & Dust Mite Protection Coating”

ที่นอนของเราจะมีน้ำหนักเริ่มต้นที่ประมาณ 50 กิโลกรัม – 170กิโลกรัมซึ่งที่นอนสปริงจะมีน้ำหนักน้อยที่สุดและที่นอนยางพาราจะมีน้ำหนักมากที่สุด

  • ที่นอนขนาด 6 ฟุต กว้าง 182 ซ.ม. ยาว 198 ซ.ม.
  • ที่นอนขนาด 5 ฟุต กว้าง 152 ซ.ม. ยาว 198 ซ.ม. 
  • ที่นอนขนาด 3.5 ฟุต กว้าง 106 ซ.ม. ยาว 198 ซ.ม.

ผ้าปูที่นอนของเราทอด้วย Softatex 360 เส้นด้าย สัมผัสนุ่มลื่นเสมือนผ้าคอตตอน

ผ้าปูที่นอนของเราจะสามารถใส่ได้ตั้งแต่ 7 นิ้วจนไปถึง 13 นิ้วค่ะ แต่ขนาด 12 นิ้วจะพอดีที่สุด

ทางเราจะจัดส่งสินค้าภายใน 5-7 วันในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในส่วนของต่างจังหวัดใช้เวลาประมาณ 7-14 วันค่ะ

สินค้าของเราทุดชนิดจัดส่งฟรีทั่วประเทศ ยกเว้น 3 ชายแดนภาคใต้และข้ามเกาะค่ะที่ไม่สามารถจัดส่งให้ได้

ทีมงานยินดีติดตั้งสินค้าให้ฟรีค่ะและในกรณีที่ต้องการให้ทางเรานำที่นอนเก่ากลับไปทำลายเนื่องจากที่นอนเสื่อมสภาพแล้วลูกค้าต้องแจ้งเราล่วงหน้าถึงจะสามารถนำที่นอนเก่ากลับให้ได้ค่ะ (ทางเราขอสงวนไม่ให้บริการย้ายที่นอนเก่าไปยังจุดหมายใหม่ค่ะ)

ทางเรายังไม่มีนโยบายการเก็บเงินปลายทางค่ะ ซึ่งทางบริษัทอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน ดังนี้

ลูกค้าสามารถทำการผ่อนชำระได้ เมื่อมียอดคำสั่งซื้อดังนี้

  • ยอดคำสั่งซื้อ 15,000 บาท สามารถผ่อนได้นาน 4 เดือน
  • ยอดคำสั่งซื้อ 30,000 บาท สามารถผ่อนได้นาน 6 เดือน
  • ยอดคำสั่งซื้อ 60,000 บาท สามารถผ่อนได้นาน 10 เดือน

ลูกค้าสามารถสั่งซื้อที่นอนขนาดพิเศษได้ค่ะ โดยการแจ้งขนาดความกว้างและความยาวในหน่วยเซนติเมตรนะคะ ที่นอนขนาดพิเศษที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถผลิตได้คือขนาดความกว้างและความยาว 240*240 เซนติเมตรค่ะ

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อการให้บริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณต้องการดำเนินการต่อ เราจะถือว่าคุณยอมรับนโยบายการเรียกใช้คุกกี้ของเรา อ่านรายละเอียดที่นี่