ตารางการนอน ตื่นแล้วไม่งัวเงียด้วย 90 minutes sleep cycle

เคยสงสัยไหมว่าทั้งๆเรานอนเยอะแล้วยังรู้สึกง่วงนอนอยู่ เราจะมาคลายข้อสงสัยให้ คุณรู้จัก “กฎการนอน 90 นาที” รึเปล่า?

ปกติเวลาเรานอน  เราจะนอนหลับลึกสลับกับหลับตื้นทั้งคืนจนกว่าเราจะตื่น โดยแบ่งเป็น การหลับลึก 80 นาทีและการหลับตื้น 10 นาทีนั้นจึงจะนับเป็นการหลับ 1 รอบ  (1 sleep cycle) ทำให้เราสามารถรู้และกำหนดเวลาตื่นที่ทำให้เราไม่รู้สึกเพลียหรือง่วงได้ง่ายๆ เรามาทำความเข้าใจก่อนว่า หลับลึกคืออะไร และหลับตื้นคืออะไร ทั้งหมดมี 4 Stages

Stageที่ 1 : เริ่มเมื่อเราหลับตาลง  สมองเราจะเริ่มทำงานได้ช้าลง เป็นเวลา 5-15 นาทีเสมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น 

Stageที่ 2 : ช่วงระหว่างหลับลึกกับหลับตื้น หรือ Light Sleep เริ่มหลับลึกขึ้น การกลอกตาเริ่มน้อยลง และความสามารถในการรับรู้ความสึกเริ่มลดน้อยลง เป็นเวลาประมาณ 15 นาทีหลังจาก stageแรก

Stageที่ 3 : คือช่วง NREM (non-rapid eye movement) หรือ หลับลึก (Deep Sleep) กล้ามเนื้อเริ่มได้รับฟื้นฟูและการพักผ่อนได้แบบเต็มที่ และใน Stage นี้จะถูกปลุกให้ตื่นยากที่สุดเพราะการรับรู้สึกตัวหรือการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างน้อยที่สุดในช่วงการนอน  อุณหภูมิร่างกายเริ่มลดน้อยลง (หลับลึกที่สุด ถ้าตื่นช่วงนี้ จะรู้สึกเพลียและปวดหัว)

Stageที่ 4 : REM (Rapid Eye Movement) เป็นช่วงเวลาการนอนที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อตา จะมีการเคลื่อนที่ของตาอย่างรวดเร็ว เพราะสมองยังทำงานเสมือนตอนที่เราตื่น หัวใจและสมองกลับมาทำงานเกือบเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เวลาที่เราตื่นนอนในช่วงเวลานี้ (REM) จะทำให้ไม่รู้สึกง่วงหรือเพลีย (หลับตื้น)

จำนวนชั่วโมงการนอนมากไม่ได้หมายความว่าการนอนนั้นมีประสิทธิภาพเสมอไป เพราะร่างกายเราจะหลั่งสาร Growth Hormones ออกมาเยอะที่สุดในช่วง ประมาณ 23.00 – 04.00 น. ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการนอนนั้นคือก่อน 23.00 น. วันนี้ทางเราได้นำตัวอย่างตารางเวลาที่คุณควรนอนและเวลาที่คุณควรตื่นมาให้รับชมกัน หรือใครยังคำนวณชั่วโมงการนอนไม่ถูก ทางเราแนะนำเว็บไซด์ https://sleepcalculator.co ให้คำนวณเวลาที่คุณอยากตื่นได้อย่างง่ายๆ

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อการให้บริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณต้องการดำเนินการต่อ เราจะถือว่าคุณยอมรับนโยบายการเรียกใช้คุกกี้ของเรา อ่านรายละเอียดที่นี่